พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.๒๕๓๗ มาตรา ๓๒ การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตฺนี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำแก่งานอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่งมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(๑) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
---------------------------------------------------
ฎ.๑๗๓๒/๒๕๔๓ จำเลยมีอาชีพรับจ้างถ่ายเอกสาร ได้นำเครื่องถ่ายเอกสารทำสำเนาจากต้นฉบับหนังสือ ซึ่งเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสาม แล้วเข้าเล่มจำนวน ๗๑ เล่ม ยังไม่เข้าเล่ม ๒๙๐ ชุด เอกสารเป็นแผ่น ๑๕๘ ชุด จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยรับจ้างถ่ายเอกสารตามคำสั่งของนักศึกษาผู้ว่าจ้างที่นำไปใช้เพื่อการศึกษาและวิจัย จึงได้รับการยกเว้นมิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องนำสืบพิสูจน์ตามข้อกล่าวอ้างข้างต้น แต่จำเลยไม่มีหลักฐานมาแสดงให้เห็นได้ว่ามีนักศึกษามาว่าจ้างให้จำเลยถ่ายเอกสารสำเนาของกลาง เพื่อนำไปใช้ในการศึกษาหรือวิจัยอันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร พยานหลักฐานของจำเลยคงมีจำเลยปากเดียวเบิกความว่า จำเลยรับจ้างนักศึกษาถ่ายสำเนาเอกสารของกลาง โดยไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการว่าจ้างและนักศึกษาที่ว่าจ้าง จึงเป็นเพียงคำเบิกความลอยๆไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเข้าเงื่อนไขแห่งข้อยกเว้นความรับผิดดังที่จำเลยอ้าง จำเลยจึงมีความผิดฐานทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วมทั้งสามตามฟ้อง
จากคำพิพากษาดังกล่าวจะเห็นว่าจำเลยไม่มีพยานมาเบิกความอ้างอิงยืนยันว่ามีนักศึกษาใครบ้างที่มาจ้างให้ถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าวเมื่อวันเวลาใด จำนวนคนละกี่ชุด และมีค่าจ้างชุดละเท่าไร ก็จะพอมีน้ำหนักว่ารับจ้างถ่ายเอกสารให้แก่นักศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการศึกษา แต่ปริมาณการถ่ายไว้เป็นจำนวนมากเข้าเล่มแล้ว ๗๑ เล่ม ยังไม่เข้าเล่ม ๒๙๐ ชุด และเอกสารเเป็นแผ่นอีก ๑๕๘ ชุด ก็คงจะหาพยานมายืนยันว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้ถ่ายเอกสารทั้งหมดคงจะยาก แต่ถ้าหากมีพยานมายืนยันและมีหลักฐานยืนยันมีตัวตนที่แน่นอนว่าใครบ้างเป็นผู้ว่าจ้างให้ถ่ายเอกสารทั้งหมดผลของคำพิพากษาคงจะต่างไปจากนี้ ดูจากพฤติการณ์แล้วจำเลยคงจะถ่ายเอกสารและเข้าเล่มไว้เพื่อจำหน่ายให้แก่นักศึกษาแต่ยังไม่มีการจำหน่ายออกไปตรงนี้จึงยังไม่ชี้ชัดว่าเพื่อแสวงหากำไร คำพิพากษาของศาลจึงออกมาในแนวทางดังกล่าวข้างต้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น